“เต้ มงคลกิตติ์” จี้ ปปง. สางปม PHB Auto Import ไล่เส้นทางเงิน–เปลี่ยนมือผู้บริหาร จับตาราคาสำแดงรถนำเข้าเท็จ หวั่นกระทบความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจและการจัดเก็บภาษีของรัฐ
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้จดแจ้งจัดตั้งพรรคก้าวล้ำ เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขอให้ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของบริษัท PHB Auto Import ซึ่งประกอบธุรกิจนำเข้ารถยนต์ หลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินทุน การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและผู้บริหาร ตลอดจนการสำแดงราคารถยนต์นำเข้าที่อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
โดยขอให้ตรวจสอบนายสามารถ กอนทอง หรือ “เอ็ดเวิร์ด” ที่ถูกกล่าวถึงในฐานะพยานคดีสินบนทองคำ 246 บาท ที่เกี่ยวข้องกับกรณีของ “บิ๊กโจ๊ก” อยากให้ ปปง.ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบทบาท และความเชื่อมโยงทางธุรกิจของบุคคลดังกล่าวกับบริษัท PHB Auto Import รวมถึงธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ยังพบว่านายนิมิตร ขันตี ที่อ้างว่าเป็นอดีตผู้บริหารบริษัท อาจมีการดำเนินธุรกรรมแทนกัน และการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารกับผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่นายสามารถเข้าซื้อหุ้นและเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารต่อจากนายนิมิตร โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวกับเอกสารจดทะเบียนบริษัทและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ยังอยากให้ ปปง.ตรวจสอบเรื่องการสำแดงราคารถยนต์นำเข้า โดยขอให้ ปปง. ประสานกรมศุลกากรตรวจสอบเอกสารนำเข้า ราคาซื้อขาย และการชำระภาษี เพื่อพิจารณาว่ามีการสำแดงราคาไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหรือเข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ ควบคู่กับการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุนและเส้นทางธุรกรรมทางการเงิน หากพบหลักฐานการกระทำผิด ขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย
“วันนี้ผมมายื่นเรื่องต่อ ปปง. เพราะต้องการให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัท PHB Auto Import อย่างละเอียด เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดูว่าใครเป็นผู้ถือหุ้น หรือใครนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร แต่ต้องตรวจสอบให้ลึกไปถึงที่มาของเงินทุน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท และธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เงินทุกบาทต้องมีที่มา และทุกธุรกรรมต้องมีคำตอบ อย่าตรวจสอบเพียงผิวเผินแล้วปล่อยให้ข้อสงสัยจบลงโดยไม่มีคำตอบ”นายมงคลกิตติ์ กล่าว
นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวว่า ภายหลังการยื่นหนังสือร้องเรียน ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป คือ ปปง. จะพิจารณาตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินในส่วนใดบ้าง และจะประสานกรมศุลกากรเพื่อตรวจสอบเอกสารนำเข้าและการชำระภาษีตามที่ผู้ร้องเสนอหรือไม่
“ผมไม่อยากเห็นการดำเนินธุรกิจที่ไม่โปร่งใสกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม เพราะหากมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องจริง แล้วไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง ก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างสุจริตและแข่งขันกันภายใต้กติกาเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดข้อกังวลว่าผู้ประกอบการบางรายอาจได้เปรียบจากการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เพราะท้ายที่สุดแล้ว การทำธุรกิจต้องอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับผิดชอบต่อสังคม หากพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากไม่มีความผิด ก็ต้องทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม” นายมงคลกิตติ์ กล่าว



