About Me

header ads

“กองทุน DE” ร่วมยกระดับบริการภาครัฐ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยด้วยแอปพลิเคชัน ThaID


การเข้าถึงบริการภาครัฐที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในวันที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของประชาชนมากขึ้น การพัฒนาระบบบริการภาครัฐให้สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัล


กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กองทุน DE เป็นหน่วยงานสำคัญที่ให้การส่งเสริม

และสนับสนุนในการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมผลักดันให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในวงกวา้ง

โดย ThaID คือ ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบบริการของภาครัฐ ซึ่งกองทุน DE 

ให้การส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์สาธารณะ โดยไม่แสวงหากำไร



สำหรับ ThaID เป็นแอปฟลิเคชันสามารถยืนยันตนบนมือถือ ที่ถูกพัฒนาระบบขึ้นมาตามมาตรฐานสากล

และมาตรฐานประเทศไทย ทำให้สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของภาครัฐได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยรองรับ

การลงทะเบียนได้ไม่น้อยกว่า 60 ล้านราย ถือเป็นมิติใหม่ในการทำธุรกรรมภาครัฐและเอกชน ที่มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เพิ่มมากขึ้น สามารถให้บริการในการทำธุรกรรมด้านทะเบียน รองรับการทำงานไม่น้อยกว่า 10 ล้านรายต่อวัน

ปัจจุบัน แอปพลิเคชัน ThaID ช่วยลดการใช้เอกสารและขั้นตอนการติดต่อราชการ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

ในการเชื่อมโยงบริการภาครัฐและภาคเอกชน ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน และเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถพัฒนาบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ประชาชนได้มากยิ่งขึ้นน

“ความสำเร็จของ ThaID จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาแอปพลิเคชัน แต่สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและกลไกสนับสนุนอย่างกองทุน DE Fund ที่ร่วมกันผลักดันนวัตกรรมดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริง พร้อมสร้างประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศอย่างยั่งยืน” ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าว































5.2.5 (3) จัดทำบทความประชาสัมพันธ์ / บทสัมภาษณ์ เผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ในรูปแบบออนไลน์ 

โดยมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องข้องกับภารกิจของกองทุนฯ และโครงการที่ได้รับการจัดสรรทุนจากกองทุนฯ พร้อมภาพประกอบ ( Content ) จำนวนไม่น้อยกว่า 6 ครั้ง

บทความประชาสัมพันธ์ 

“กองทุน DE” ร่วมยกระดับบริการภาครัฐ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยด้วยแอปพลิเคชัน ThaID

การเข้าถึงบริการภาครัฐที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในวันที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของประชาชนมากขึ้น การพัฒนาระบบบริการภาครัฐให้สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัล

กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กองทุน DE เป็นหน่วยงานสำคัญที่ให้การส่งเสริม

และสนับสนุนในการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมผลักดันให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในวงกวา้ง

โดย ThaID คือ ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบบริการของภาครัฐ ซึ่งกองทุน DE 

ให้การส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์สาธารณะ โดยไม่แสวงหากำไร

สำหรับ ThaID เป็นแอปฟลิเคชันสามารถยืนยันตนบนมือถือ ที่ถูกพัฒนาระบบขึ้นมาตามมาตรฐานสากล

และมาตรฐานประเทศไทย ทำให้สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของภาครัฐได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยรองรับ

การลงทะเบียนได้ไม่น้อยกว่า 60 ล้านราย ถือเป็นมิติใหม่ในการทำธุรกรรมภาครัฐและเอกชน ที่มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เพิ่มมากขึ้น สามารถให้บริการในการทำธุรกรรมด้านทะเบียน รองรับการทำงานไม่น้อยกว่า 10 ล้านรายต่อวัน

ปัจจุบัน แอปพลิเคชัน ThaID ช่วยลดการใช้เอกสารและขั้นตอนการติดต่อราชการ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

ในการเชื่อมโยงบริการภาครัฐและภาคเอกชน ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน และเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถพัฒนาบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ประชาชนได้มากยิ่งขึ้นน

“ความสำเร็จของ ThaID จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาแอปพลิเคชัน แต่สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและกลไกสนับสนุนอย่างกองทุน DE Fund ที่ร่วมกันผลักดันนวัตกรรมดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริง พร้อมสร้างประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศอย่างยั่งยืน” ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าว






ภาพประกอบ







































5.2.5 (3) จัดทำบทความประชาสัมพันธ์ / บทสัมภาษณ์ เผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ในรูปแบบออนไลน์ 

โดยมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องข้องกับภารกิจของกองทุนฯ และโครงการที่ได้รับการจัดสรรทุนจากกองทุนฯ พร้อมภาพประกอบ ( Content ) จำนวนไม่น้อยกว่า 6 ครั้ง

บทความประชาสัมพันธ์ 

“กองทุน DE” ร่วมยกระดับบริการภาครัฐ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยด้วยแอปพลิเคชัน ThaID

การเข้าถึงบริการภาครัฐที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในวันที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของประชาชนมากขึ้น การพัฒนาระบบบริการภาครัฐให้สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัล

กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กองทุน DE เป็นหน่วยงานสำคัญที่ให้การส่งเสริม

และสนับสนุนในการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมผลักดันให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในวงกวา้ง

โดย ThaID คือ ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบบริการของภาครัฐ ซึ่งกองทุน DE 

ให้การส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์สาธารณะ โดยไม่แสวงหากำไร

สำหรับ ThaID เป็นแอปฟลิเคชันสามารถยืนยันตนบนมือถือ ที่ถูกพัฒนาระบบขึ้นมาตามมาตรฐานสากล

และมาตรฐานประเทศไทย ทำให้สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของภาครัฐได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยรองรับ

การลงทะเบียนได้ไม่น้อยกว่า 60 ล้านราย ถือเป็นมิติใหม่ในการทำธุรกรรมภาครัฐและเอกชน ที่มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เพิ่มมากขึ้น สามารถให้บริการในการทำธุรกรรมด้านทะเบียน รองรับการทำงานไม่น้อยกว่า 10 ล้านรายต่อวัน

ปัจจุบัน แอปพลิเคชัน ThaID ช่วยลดการใช้เอกสารและขั้นตอนการติดต่อราชการ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

ในการเชื่อมโยงบริการภาครัฐและภาคเอกชน ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน และเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถพัฒนาบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ประชาชนได้มากยิ่งขึ้นน

“ความสำเร็จของ ThaID จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาแอปพลิเคชัน แต่สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและกลไกสนับสนุนอย่างกองทุน DE Fund ที่ร่วมกันผลักดันนวัตกรรมดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริง พร้อมสร้างประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศอย่างยั่งยืน” ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าว






ภาพประกอบ