เลขาธิการ ป.ป.ส. ปิดโครงการ “ฟื้นฟูพลังใจฯ” ฉะเชิงเทรา ส่งกำลังใจผู้ผ่านการฟื้นฟู เริ่มต้นชีวิตใหม่ ย้ำ “ไม่มีใครบังคับให้เราเป็นคนไม่ดี”
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานปิดโครงการ “ฟื้นฟูพลังใจ อ้อมกอดแห่งสายใยของชุมชน จังหวัดฉะเชิงเทรา ประจำปี 2569” ณ หอประชุมมหาเจษฎาบดินทร์ กองพลทหารราบที่ 11 จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.อ.กริช บุญเกิด รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 นายพีรพล ลือล่า ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา นายสมบัติ ทั่งทอง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา นางสาวเบญญาภา ทองสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดฉะเชิงเทรา นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 2และผู้แทนจาก หน่วยงานภาคีในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ร่วมสนับสนุนโครงการ ได้แก่ โรงพยาบาลพุทธโสธร วิทยาลัยสารพัดช่าง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา ประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดฉะเชิงเทรา คณะครูฝึกทหาร วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเข้าร่วม
โครงการดังกล่าวเกิดจากความตั้งใจของสำนักงาน ป.ป.ส. ที่ต้องการลดผลกระทบจากปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิต ได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติจึงได้จัดสรรงบประมาณและบูรณาการความร่วมมือระหว่าง ปปส.ภ.2 ศูนย์อำนวยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดฉะเชิงเทรา และได้รับการสนับสนุนสถานที่และครูฝึกจาก กองร้อยกองบังคับการกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 111 กองพลทหารราบที่ 11 ดำเนินการระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 21 พฤษภาคม 2569 รวมระยะเวลา 60 วัน มีผู้เข้ารับการฟื้นฟูจำนวน 100 คน โดยใช้กระบวนการฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ การสร้างระเบียบวินัย การฝึกวิชาชีพ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านครอบครัวและการติดตามดูแลภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน
เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ผ่านการฟื้นฟูทุกคน พร้อมย้ำว่า ทุกคนล้วนเป็นคนปกติที่อาจเคยผิดพลาดได้ แต่ขอให้ความผิดพลาดเรื่องยาเสพติดเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต ตลอด 60 วันที่ผ่านมา เชื่อว่าทุกคนได้ทบทวนชีวิตตัวเอง และเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลอย่างไรต่อชีวิต ครอบครัว และคนรอบข้าง สิ่งสำคัญที่สุดหลังจากนี้คือจิตใจของตัวเอง ไม่มีใครบังคับให้เราเป็นคนไม่ดี ชีวิตจะเดินไปทางไหนขึ้นอยู่กับตัวเราเอง
พร้อมกันนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังระบุว่า หลังเสร็จสิ้นโครงการ หากผู้ผ่านการฟื้นฟูคนใดต้องการประกอบอาชีพ สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมสนับสนุนทุนประกอบอาชีพ เพื่อช่วยสร้างโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่สิ่งสำคัญคือความตั้งใจจริงในการเลิกยาเสพติดและดำเนินชีวิตอย่างสุจริต
และให้กำลังใจผู้ผ่านการฟื้นฟูทุกคน ขอให้รักษาความเข้มแข็งทางจิตใจ และเดินหน้าสู่ชีวิตใหม่ตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ พร้อมย้ำว่า “อนาคตของชีวิต เราเป็นคนเลือกเอง”








