About Me

header ads

สสส. เผยผลสำรวจพบ คนรุ่นใหม่ 75.9% อยู่ในกลุ่มเพื่อนสูบบุหรี่ไฟฟ้า 85.3% เคยถูกชักชวน ยังดี 80.5% ย้ำไม่ลองแน่นอน

 สสส. เผยผลสำรวจพบ คนรุ่นใหม่ 75.9% อยู่ในกลุ่มเพื่อนสูบบุหรี่ไฟฟ้า 85.3% เคยถูกชักชวน ยังดี 80.5% ย้ำไม่ลองแน่นอน แต่ยังห่วงเสี่ยงถูกสิ่งแวดล้อมชักจูงเป็นนักสูบหน้าใหม่ เหตุหาซื้อง่ายผ่านออนไลน์-ชุมชน เร่งจับมือบ้าน-โรงเรียน-ชุมชน สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ปั้น “เพื่อนช่วยเพื่อน” เสริมกำลังป้องกันปัจจัยเสี่ยง 





วันที่ 5 พ.ค. 2569 นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า สสส. ร่วมกับ เครือข่ายนักสื่อสารรุ่นใหม่ NGC (New Gen Communicator) ได้สำรวจความเห็นประชาชนอายุ 13-25 ปี จำนวน 2,035 คน ใน 56 จังหวัด เรื่อง “ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน” พบว่า 75.9% ระบุว่ามีเพื่อนใช้บุหรี่ไฟฟ้า 85.3% เคยถูกชักชวนให้ลองใช้ สะท้อนว่าเพื่อนมีผลต่อการลองใช้บุหรี่ของเยาวชน ขณะเดียวกัน 67.5% ระบุว่าสามารถหาซื้อบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางออนไลน์ได้ง่าย 66.5% ระบุว่าเห็นคอนเทนต์เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าในโซเชียลมีเดียเป็นประจำ และ 63.2% ระบุว่าสามารถหาซื้อบุหรี่ไฟฟ้าได้จากร้านค้าในชุมชน โดยกลุ่มเป้าหมาย 70.2% เห็นว่าการควบคุมยังไม่เข้มงวด แม้มีกฎหมายห้ามจำหน่าย เช่นเดียวกับในโรงเรียน ซึ่ง 89.2% ระบุว่ามีการสอดส่อง ควบคุม แต่ในทางปฏิบัติยังพบข้อจำกัด โดย 72.8% ระบุว่า ยังมีพื้นที่ภายในโรงเรียนที่สามารถแอบใช้ได้ และ 60.1% ไม่เคยได้รับความรู้เรื่องโทษของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ 

นางสาวรุ่งอรุณ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาพฤติกรรมการใช้ พบ 11.2% เคยใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยกลุ่มเพศชายและ LGBTQ+ มีอัตราการใช้สูงกว่าเพศหญิง และความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงอายุ 20-22 ปี เมื่อถามถึงการตัดสินใจจะลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าหรือไม่ 80.5% ระบุว่าจะไม่ลองแน่นอน อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มที่ “ยังไม่มั่นใจ” และ “มีแนวโน้มจะลอง” ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อ ดังนั้น การป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนต้องมองในเชิง “ระบบ” ไม่ใช่พฤติกรรมส่วนบุคคล โดยต้องทำงานควบคู่กันทั้งครอบครัว โรงเรียน กลุ่มเพื่อน สื่อออนไลน์ และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ในระยะยาว ซึ่งเป็นภารกิจของ สสส. ในการปกป้องเด็ก เยาวชนให้รู้เท่าทันจากการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ ที่ต้องอาศัยทุกภาคส่วนทำงานร่วมกัน รวมทั้งอาศัยพลังของเด็กและเยาวชนด้วยกันเองทำหน้าที่เป็นโซ่ข้อกลางในเรื่องเหล่านี้ เป็นพลังของเพื่อนช่วยเพื่อน 

ขณะที่ ดร.โอลิเวีย ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนเป็นวิกฤตระดับโลก โดยมีเยาวชนกว่า 15 ล้านคนใช้บุหรี่ไฟฟ้า และเด็กมีแนวโน้มใช้มากกว่าผู้ใหญ่ถึง 9 เท่า เพราะผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ออกแบบและเน้นทำการตลาดเพื่อดึงคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ทั้งรสชาติ รูปลักษณ์ และการสื่อสารในโลกดิจิทัล ดังนั้นไทยต้องเร่งแก้สถานการณ์โดยลดความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ และเสริมให้เยาวชนสามารถรู้เท่าทันและปฏิเสธการใช้ได้ โดยใช้โอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2569 ในการกระชากจริง ต่อต้านการติดนิโคตินและยาสูบ 

ด้าน นายโยธิน ทองพะวา ผู้บริหารเครือข่ายนักสื่อสารรุ่นใหม่ กล่าวว่า  ผลสำรวจทำให้เห็นรูปแบบความเสี่ยง ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การมองเห็น การถูกชักชวน ไปจนถึงการยอมรับในกลุ่มเพื่อน ทั้งนี้ เครือข่ายจะนำข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนาการสื่อสารที่เข้าถึงเยาวชนมากขึ้น เน้นการทำงานผ่านกลุ่มเพื่อนและแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่จริงของเยาวชน พร้อมผลักดันความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มาตรการเชิงนโยบายเกิดผลในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวยศวดี ดิสสระ ผู้อำนวยการเครือข่ายนักสื่อสารรุ่นใหม่ กล่าวว่า ผลการสำรวจครั้งนี้ยืนยันว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นผลจากสภาพแวดล้อมรอบตัวที่เอื้อให้เกิดการใช้บุหรี่ ดังนั้นการทำงานจากนี้จึงต้องปรับแนวคิดจากพฤติกรรมเสี่ยงของปัจเจก ไปสู่การจัดการระบบแวดล้อมของความเสี่ยง โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับโรงเรียนและครอบครัวในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กตั้งแต่ระยะต้น

////////////