ป.ป.ส. บูรณาการกำลังร่วม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวบตัว "หนูเฉิน" เอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ระดับสั่งการ หลังหลบหนีไปกบดาน ณ ประเทศเกาหลี พบประวัติหมายจับติดตัวมากกว่า 60 หมาย
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 16.00 น. ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงผลการปฏิบัติการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดระดับสั่งการที่หลบหนีการจับกุมไปกบดาน ที่สาธารณรัฐเกาหลี โดยมี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ. สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รอง โฆษก ตร., กองการต่างประเทศ (ตำรวจสากล), กองทะเบียนประวัติอาชญากร แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญระดับสั่งการที่มีความเคลื่อนไหวในระดับสากล โดยสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ได้บูรณาการร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ส. และ สาธารณรัฐเกาหลี จับกุมพร้อมพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันตัวบุคคล อย่างละเอียดจนเป็นที่ประจักษ์พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจากประเทศไทยควบคุมตัวนายฐปนันท์ หรือ “หนูเฉิน” ณ สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อนำกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลการสืบสวนเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป
จากการสืบสวนทราบว่า นายฐปนันทน์ หรือนายอธิฐาน หรือ "หนูเฉิน" อายุ 43 ปี เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เป็น ที่ต้องการตัวมากที่สุด (Most Wanted) ของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และเคยมีชื่อในบัญชีประกาศสืบจับที่มีเงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านบาท โดยนายฐปนันทน์ หรือ “หนูเฉิน” เริ่มเข้าสู่วงจรยาเสพติดจากการเป็นผู้เสพและขยับขึ้นมาเป็นผู้ค้ารายย่อยในย่านศรีนครินทร์ ช่วงปี พ.ศ. 2543 – 2545 จนกระทั่งพัฒนาความสัมพันธ์กับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตยาเสพติด และทำหน้าที่เป็นตัวการหลักในการนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย
พฤติการณ์ที่สำคัญของผู้ต้องหารายนี้ มีความเชื่อมโยงกับคดียาเสพติดรายใหญ่หลายคดี อาทิ:
• ปี พ.ศ. 2552 : ถูกจับกุมพร้อมยาบ้าจำนวน 26,000 เม็ด ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ก่อนจะหลบหนีระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
• ปี พ.ศ. 2555 : เกี่ยวข้องกับการจับกุมเครือข่ายนายนิพนธ์ ร่วมกับ อดีตทหารสังกัดกองพันทหารช่าง พร้อมยาบ้ากว่า 3.8 ล้านเม็ด และไอซ์ 71 กิโลกรัม ซุกบ้านหรู่ในย่าน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยสืบสวนพบว่านายฐปนันทน์ หรือ “หนูเฉิน” เป็นผู้รับคำสั่งจากนักโทษชายในเรือนจำ ซึ่งหลานชายแท้ๆ ขุนส่า อดีตราชายาเสพติดชื่อดัง เพื่อดำเนินการกระจายยาเสพติด จากการสืบสวนพบว่านายฐปนันทน์ หรือ “หนูเฉิน” เป็นผู้สั่งการในคดี
• ปี พ.ศ. 2555 : เกี่ยวข้องกับการจับกุมคดีนายอาทิตย์ พร้อมของกลาง ยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ไอซ์ 36 กิโลกรัม ได้ที่แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ
• ปี พ.ศ. 2560: เกี่ยวข้องกับคดีจับกุมยาบ้ากว่า 10.3 ล้านเม็ด ในย่าน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และคดีจับกุมยาบ้า 10.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 12 กิโลกรัม ในพื้นที่เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ
• ปี พ.ศ. 2562: เกี่ยวข้องกับการลำเลียงไอซ์น้ำหนัก 1.5 ตัน ซึ่งถูกซุกซ่อนในช่องลับของรถบรรทุกพ่วงที่ด่านตรวจในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2565 นายฐปนันทน์หรือ “หนูเฉิน” พรางตัวสุดแนบเนียนที่เคยหลอกคนทั้งโลกว่า “ตายไปแล้ว” จากข่าวว่าถูกฆาตกรรม โยนศพทิ้งริมแม่น้ำเมย ในเขตเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่หลงเชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว แต่จากการสืบสวนทางลับพบว่าผู้ต้องหายังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาสำนักงาน ตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหว นายฐปนันทน์ หรือหนูเฉิน มาโดยตลอด จนสืบทราบว่า ได้เดินทางไปยังสาธารณรัฐเกาหลี จึงได้ประสานความร่วมมือไปยัง นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. (อดีตผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด) เพื่อประสานความร่วมมือต่อไปยังสาธารณรัฐเกาหลี จนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายสำคัญรายนี้ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้ โดยเป็นหมายจับของกองบังคับการตำรวจปราบปราม ยาเสพติด 3 ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ มีหมายจับมากกว่า 60 หมายจับ
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จสำคัญของ การบูรณาการความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง พร้อมเดินหน้าขยายผล ยึดทรัพย์ และทำลายโครงข่ายให้สิ้นซาก
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ในนามสำนักงาน ป.ป.ส. ขอขอบคุณหน่วยงานทุกหน่วยที่ได้ร่วมมือกันในเคสนี้ และนี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นแต่เป็นการทำงานที่พวกเราข้าราชการที่รับผิดชอบทั้งในประเทศและต่างประเทศทำงานร่วมกันให้เกิดผลสำเร็จในวันนี้
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้พยายามหลบหนี อำพรางตัว และถึงขั้นจัดฉากว่าตัวเองเสียชีวิตเพื่อหนีกฎหมาย แต่สุดท้ายก็ไม่รอดจากการติดตามของเจ้าหน้าที่ไทยและความร่วมมือระหว่างประเทศ นี่คือชัยชนะของการบังคับใช้กฎหมาย และเป็นคำเตือนถึงนักค้ายาทุกคนว่า “ต่อให้หนีไปไกลสุดขอบโลก สุดท้ายก็หนีไม่พ้นกฎหมาย” ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำพลังของความร่วมมือไร้พรมแดน ไม่ว่าอาชญากรจะวางแผนซับซ้อนเพียงใด หรือพยายามอำพรางตัวแยบยลแค่ไหน โลกนี้ไม่มีที่ให้ คนผิดกบดาน
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง และเป็นระบบ โดยมอบหมายให้ บช.ปส. และหน่วยร่วมปฏิบัติเร่งรัดสืบสวนขยายผลเครือข่ายรายใหญ่ โดยเฉพาะขบวนการลำเลียงจากแนวชายแดนสู่พื้นที่ตอนใน และเครือข่ายส่งออกไปต่างประเทศ พร้อมประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน รวมถึงการสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยงานในสังกัด และหน่วยงานในกลไก ศอ.ปส.ตร. อย่างใกล้ชิด และย้ำว่าการแถลงผลครั้งนี้สะท้อนการเดินหน้า “กดดันทุกมิติ” ทั้งสืบสวน ขยายผล ปราบปราม ยึดทรัพย์ และสกัดกั้นการลักลอบลำเลียง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยรักษามาตรฐาน การทำงานอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และยึดกฎหมายเป็นหลัก
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สำนักงาน ป.ป.ส. โทร. 1386 หรือสายด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร. 1599 และ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ














