กรมควบคุมโรคเตือน เฝ้าระวังเด็กจมน้ำช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เสียชีวิตกว่า 900 ราย บาดเจ็บกว่า 7,000 ราย ใน 5 ปี พร้อมชี้จังหวัดเสี่ยงสูง
กรมควบคุมโรค เตือนผู้ปกครองและชุมชน เฝ้าระวังเด็กจมน้ำในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงเสี่ยงสูง หลังพบสถิติเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตรวม 925 ราย และบาดเจ็บกว่า 7,415 ราย ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2564 - 2568)
วันนี้ (1 เมษายน 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม เป็นฤดูร้อนและตรงกับช่วงปิดเทอม เด็กมักชวนกันไปเล่นน้ำตามลำพังโดยขาดการดูแลจากผู้ปกครอง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุจมน้ำ
ข้อมูลล่าสุดจากระบบรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำ (Drowning Report) ของกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค ในเดือนมีนาคม 2569 (เบื้องต้น) เพียงเดือนเดียว พบว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ 28 ราย ใน 22 เหตุการณ์ กลุ่มอายุ 5 - 9 ปี เสียชีวิตสูงสุด 13 ราย รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 10 - 14 ปี 11 ราย เพศชายเสียชีวิตมากกว่าเพศหญิงถึง 2 เท่า แหล่งน้ำตามธรรมชาติและแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรเกิดเหตุมากที่สุดถึง 18 เหตุการณ์ เสียชีวิต 24 ราย สาเหตุหลักเกิดจากการเล่นน้ำมากที่สุด ร้อยละ 75.8 รองลงมาคือ พลัดตกลื่น ร้อยละ 18.2 โดยขณะเกิดเหตุพบว่าเด็กอยู่กับเพื่อนมากที่สุด ร้อยละ 57.6 และอยู่กับผู้ปกครองมากถึงร้อยละ 33.3 นอกจากนี้ยังพบเด็กจมน้ำในสระว่ายน้ำมาตรฐานสูงถึง 5 เหตุการณ์ เสียชีวิต 1 ราย
ข้อมูลจากกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในช่วงฤดูร้อน (เดือนมีนาคม – พฤษภาคม) ซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอม พบว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิต ถึง 925 ราย บาดเจ็บกว่า 7,415 ราย เดือนเมษายนจมน้ำมากที่สุด และมีมากถึง 14 จังหวัดที่มีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำสะสมมากกว่า 20 ราย ได้แก่ นครราชสีมา (43 ราย) ขอนแก่น (37 ราย) บุรีรัมย์ (37 ราย) สุรินทร์ (36 ราย) ศรีสะเกษ (32 ราย) อุดรธานี (29 ราย) ร้อยเอ็ด (28 ราย) สกลนคร (28 ราย) อุบลราชธานี (27 ราย) นครสวรรค์ (21 ราย) ปัตตานี (21 ราย) กรุงเทพมหานคร (20 ราย) นครศรีธรรมราช (20 ราย) และนราธิวาส (20 ราย)
นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรคขอแนะนำมาตรการป้องกันการจมน้ำ ดังนี้ สำหรับผู้ปกครอง ควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ห้ามปล่อยเล่นน้ำตามลำพัง สำหรับผู้ให้บริการสระว่ายน้ำมาตรฐาน 1) มีระบบความปลอดภัยครบถ้วน เช่น เจ้าหน้าที่ Lifeguard กล้องวงจรปิด ระบบตรวจสอบสระทุกครั้งก่อนปิด 2) จัดอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้พร้อมใช้งาน 3) ติดตั้งป้ายเตือนและเครื่องหมาย เช่น ป้ายบอกระดับน้ำ กฎระเบียบการใช้สระ และ 4) มีรั้วรอบสระว่ายน้ำทั้ง 4 ด้าน สำหรับแหล่งน้ำตามธรรมชาติหรือแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร 1) ติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์ช่วยชีวิตไว้ใกล้แหล่งน้ำ 2) ระมัดระวังในการเดินใกล้แหล่งน้ำ เพราะพื้นอาจไม่สม่ำเสมอ มีหญ้าปกคลุม และลื่น 3) ตรวจสอบสภาพน้ำและความลึก ก่อนลงน้ำเสมอ 4) ระวังพื้นใต้น้ำไม่เท่ากันและวัสดุใต้น้ำที่อาจเป็นอันตราย 5) ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนหรือขณะอยู่ใกล้แหล่งน้ำ 6) ชุมชนช่วยเฝ้าระวังเมื่อเห็นเด็กเล่นน้ำหรืออยู่รอบแหล่งน้ำตามลำพัง 7) สถานที่ท่องเที่ยวควรมีระบบความปลอดภัยครบถ้วน เช่น เจ้าหน้าที่ lifeguard ป้ายเตือน/ธง อุปกรณ์ช่วยชีวิต 8) หากลงไปในน้ำให้นำอุปกรณ์ลอยน้ำได้ติดตัวไปด้วยเสมอ ทั้งนี้ จังหวัดเสี่ยงสูงควรเพิ่มมาตรการป้องกันเฉพาะพื้นที่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและการเสียชีวิต
กรมควบคุมโรคเน้นย้ำว่า การป้องกันการจมน้ำเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ให้บริการสระว่ายน้ำ การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและจัดระบบความปลอดภัยที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการสูญเสียชีวิตของเด็กในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
******************************************
ข้อมูลจาก : กองป้องกันการบาดเจ็บ/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
วันที่ 1 เมษายน 2569






