เด็กไทยอินเทรนด์ กระแส “Less Drink, More Life” ดื่มน้ำเมาน้อยลงตามกระแสโลก หันทำกิจกรรมสร้างสรรค์มากขึ้น สร้างบรรทัดฐานใหม่ของสังคมสุขภาพดี ช่วยทำให้ตัวเลขนักดื่มลดเหลือ 24.8% สสส. นักวิชาการ เสริมทัพเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ หนุนวัยรุ่นไทย
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมเดอไพรม์ รางน้ำ กรุงเทพฯ เครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีเสวนาค้นหาคำตอบ “Less Drink, More Life? ทำไมคนรุ่นใหม่เลือกไม่ดื่ม” เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันแอลกอฮอล์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเหตุผลในการเลือก “ดื่ม” หรือ “ไม่ดื่ม” พร้อมสะท้อนมุมมองต่อผลกระทบของแอลกอฮอล์ในมิติสุขภาพ สังคม และอนาคตของคนรุ่นใหม่ รวมถึงข้อคิดเห็นต่อกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการพัฒนานโยบายและมาตรการที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และนำไปสู่สังคมที่ปลอดภัยมากขึ้น
นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัจจุบันปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเลือกที่จะไม่ดื่มสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณค่าของคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพกาย สุขภาพใจ ภาพลักษณ์ ความรับผิดชอบต่อสังคม และคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากขึ้น หลายคนมองว่าการไม่ดื่มคือทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ชีวิตก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบกลุ่มเยาวชน อายุ 15-24 ปี มีอัตราการดื่ม อยู่ที่ 24.8 % ลดลงจากปี 2564 ที่ 34.7% ขณะที่มูลค่าการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการดื่มแอลกอฮอล์ของไทย ปี 2564 เท่ากับ 165,450.5 ล้านบาท คิดเป็น 1.02% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) โดยคนไทยเกือบ 80% เคยได้รับผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และครอบครัว
“สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ สสส. ทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคีเครือข่าย วางยุทธศาสตร์ทั้งงานด้านวิชาการ การรณรงค์ และการทำงานเชิงพื้นที่เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพที่ยั่งยืน เพราะสสส.ตระหนักว่าการรณรงค์เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอแต่ต้องอาศัยความเข้าใจในบริบททางสังคม วัฒนธรรม และพฤติกรรมของประชาชนด้วย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นพลังสำคัญของประเทศ การเลือกไม่ดื่มต้องทำให้กลายเป็นกระแสเชิงบวก สอดรับกับกระแสโลกที่คนรุ่นใหม่ลดการดื่มลง ดังนั้นเราจะต่อยอดกระแสนี้อย่างไรเพื่อทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น” นายวิเชษฐ์ กล่าว
รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า เยาวชนในประเทศพัฒนาแล้ว มีการดื่มลงชัดเจน เช่น นับตั้งแต่ค.ศ. 2000 สหรัฐอเมริกา พบว่าใน 1 เดือนที่ผ่านมา เยาวชนดื่มแอลกอฮอล์ลดลง 40.4% เยอรมันดื่มลดลง 30.4% ส่วนไอซ์แลนด์ มีอัตราการดื่มลดลงมากที่สุดถึง 83.9% ระหว่างปี 1995 ถึง 2015 และมีการศึกษาพบว่า ในช่วงที่การดื่มลดลงทำให้ ผลกระทบจากแอลกอฮอล์ ทั้งการบาดเจ็บและการเข้ารักษาจากการดื่มแอลกอฮอล์ลดลงเช่นกัน การที่เยาวชนดื่มลดลงเพราะมองว่าไม่ได้สำคัญกับชีวิต แต่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น รวมถึงการที่พ่อ แม่ดูแลเข้มข้น ประกับกอบการจำกัดการโฆษณา มาตรการทางภาษี และราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงขึ้น
“ข้อมูลของไทยก็พบสัดส่วนนักดื่มอายุ 15-19 ปี มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย โดยในช่วงปี 2547-2557 สัดส่วนนักดื่มอยู่ที่ 13-15% ลดลงมาเป็น 9-10% ในปี 2554-2557 สอดคล้องกับแนวโน้มในระดับโลก ซึ่งปัจจัยที่ไม่ดื่มเพราะได้รับผลกระทบจากแอลกอฮอล์ในครอบครัว เช่น พ่อดื่มหนักทำร้ายคนในครอบครัวหรือเสียชีวิต การไม่ชอบความรู้สึกมึนเมาหรือรสชาติของแอลกอฮอล์ และสามารถทำกิจกรรมอื่นได้โดยไม่ต้องดื่ม การสำรวจที่ทำยังพบว่า เยาวชนเห็นด้วยกับมาตรการจำกัดอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อ และมาตรการจำกัดการขายในบริเวณสถานศึกษาและบริเวณโดยรอบรศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ กล่าว
นายกานต์ เชื้อวงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี กล่าวว่า จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ทิศทางพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มเยาวชนที่ลดลงเกิดจากการพลิกโฉมวิถีชีวิตและรูปแบบการเข้าสังคมของคนเจเนอเรชันใหม่ ที่หันมารวมกลุ่มทำกิจกรรมในพื้นที่สร้างสรรค์ แทนการนั่งดื่มแอลกอฮอล์ที่ร้านหรือที่บ้าน นอกจากนี้คนรุ่นใหม่ยังใส่ใจภาพลักษณ์บนโซเชียลมีเดีย (Digital Footprint) ประกอบกับความรู้ทางเศรษฐกิจจึงมีการบริหารจัดการเงินที่รัดกุม ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า และเป็นประโยชน์ที่สุด ในส่วนของทางมหาวิทยาลัยได้วางมาตรการเชิงรุก กำหนดให้กิจกรรมสำคัญ อาทิ การปฐมนิเทศ กิจกรรมรับน้อง และงานของคณะ ต้องเป็นพื้นที่ปลอดแอลกอฮอล์และบุหรี่ไฟฟ้า ถือเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการไม่ดื่มหรือใช้สารเสพติด เพราะเยาวชนกำลังต่อสู้กับวัฒนธรรมและบรรทัดฐานทางสังคมที่ทำให้การดื่มดูเป็นเรื่องสนุกและเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวสู่วัยผู้ใหญ่
นางสาวธนพรรณญพร ทองขาว ตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวว่า เคยพยายามดื่มแอลกอฮอล์เพื่อเข้าสังคม แต่ไม่ชอบรสชาติ ไม่ชอบอาการมึนเมา อีกทั้งยังมีปัญหาสุขภาพ และอาการแพ้ เลยตัดสินใจเลิกดื่มเด็ดขาด ทั้งนี้ ตนมองว่าที่คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง เพราะให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและสุขภาพใจมากขึ้น และมีทางเลือกในการทำกิจกรรมที่สนุกและเติมเต็มชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอล์ มีพื้นที่และกิจกรรมนันทนาการทางเลือกเยอะ เช่น การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การเดินป่า ออกกำลังกาย ไปจนถึงบทบาทของสื่อสังคมออนไลน์ที่ช่วยตอกย้ำค่านิยมไลฟ์สไตล์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ก็สามารถดูดี มีคุณค่า และมีความสุขได้ อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่ายังควรมีมาตรการควบคุมการเข้าถึง เช่น กำหนดอายุขั้นต่ำ การจำกัดเวลาจำหน่าย เข้มงวดเรื่องการโฆษณาที่เชื่อมโยงว่าการดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้การทำกิจการมีความสนุกสนานขึ้น และการห้ามดื่มในสถานศึกษา ซึ่งจะเป็นกลไกเพื่อช่วยลดความเสี่ยงได้ ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีการ รณรงค์เชิงสร้างสรรค์และผลักดันให้มีกิจกรรม ทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการปลอดแอลกอฮอล์ได้อย่างยั่งยืน
///////////////////













