About Me

header ads

กรมควบคุมโรคชี้ “เอชไอวี ตรวจเร็ว รู้ทัน ป้องกันได้” ย้ำใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ลดเสี่ยงติดเชื้อ


 กรมควบคุมโรคชี้ “เอชไอวี ตรวจเร็ว รู้ทัน ป้องกันได้” ย้ำใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ลดเสี่ยงติดเชื้อ       








       กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พร้อมส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ กับทุกคน ทุกช่องทาง เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงและลดการติดเชื้อรายใหม่ ควบคู่กับการส่งเสริมให้ประชาชนตรวจหาเชื้อเอชไอวีอย่างสม่ำเสมอเพื่อรู้สถานะของตนเอง

       วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคได้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์เอชไอวีอย่างต่อเนื่อง จากการคาดประมาณด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ พบว่า แนวโน้มผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่มีทิศทางลดลง ปี 2565 จำนวน 9,230 ราย ปี 2566 จำนวน 9,083 ราย และปี 2567 จำนวน 8,124 ราย โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนอายุ 15–24 ปี ขณะเดียวกัน ข้อมูล National AIDS Program (NAP) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พบว่า ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยและขึ้นทะเบียนเข้าสู่การรักษาเอชไอวี มีจำนวน 25,134 ราย ในปี 2565 จำนวน 24,886 ราย ในปี 2566 จำนวน 24,074 ราย ในปี 2567 และจำนวน 23,478 ราย ในปี 2568 ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยและขึ้นทะเบียนเข้าสู่การรักษาในแต่ละปี ไม่ได้หมายถึงผู้ติดเชื้อรายใหม่ในปีนั้นทั้งหมด แต่อาจรวมถึงผู้ที่ติดเชื้อมาก่อนหน้านี้แต่ยังไม่เคยตรวจ และเพิ่งเข้ารับการตรวจจนได้รับการวินิจฉัยในปีที่รายงาน สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า แม้แนวโน้มผู้ติดเชื้อรายใหม่จะลดลง แต่ยังคงมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีจำนวนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่โดยไม่ทราบสถานะการติดเชื้อของตนเอง และยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

       นอกจากนี้ สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเยาวชนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล โดยโรคซิฟิลิสเพิ่มขึ้น 2.7 เท่า จาก 4,326 ราย เป็น 11,813 ราย และโรคหนองในเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า จาก 3,912 ราย เป็น 9,897 ราย สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมทางเพศที่ยังขาดการป้องกันที่เหมาะสม

       นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจหาเชื้อเอชไอวีเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้ที่ไม่ทราบสถานะการติดเชื้อของตนเองอาจถ่ายทอดเชื้อโดยไม่รู้ตัว การตรวจพบเร็วทำให้สามารถเข้าสู่การรักษาด้วยยาต้านไวรัสได้ทันที หากรับประทานยาอย่างต่อเนื่องและตรงเวลาทุกวัน จะสามารถควบคุมปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดให้อยู่ในระดับต่ำมากจนตรวจไม่พบ หรือมีปริมาณเชื้อต่ำกว่า 200 ตัวต่อเลือด 1 มิลลิลิตร ซึ่งจะไม่ถ่ายทอดเชื้อสู่ผู้อื่น และสามารถใช้ชีวิต เรียน ทำงาน และมีครอบครัวได้ตามปกติ

       ประชาชนสามารถเข้ารับบริการตรวจเอชไอวีฟรีปีละ 2 ครั้ง ณ สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือขอรับชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมนูกระเป๋าสุขภาพ เลือกสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค และรับชุดตรวจที่หน่วยบริการใกล้บ้าน โดยสามารถทราบผลเบื้องต้นได้ภายใน 20 นาที หากผลตรวจพบเชื้อ ควรเข้ารับการตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลและเข้าสู่กระบวนการรักษาทันที

       ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคเน้นย้ำให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ กับทุกคน ทุกช่องทาง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ พร้อมขับเคลื่อนงานป้องกัน การตรวจเพื่อรู้สถานะ และการรักษาอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งลดการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อีกทั้งส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะทางเพศที่ดีอย่างยั่งยืน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422


****************************

ข้อมูลจาก : กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์/สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569