About Me

header ads

วัชระฉะเดือดท่าทีป.ป.ช.เปลี่ยนไป!ถามแสบพลิกลิ้นกรณีสว.ฉาวซุกเมียน้อย ถูกผู้มีอำนาจเอ็ดตะโรมาหรือไม่



(1ก.ย.65)จากกรณีที่นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องสว.ฉาวซุกกิ๊กหรือเมียน้อย ที่ทำทารุณกรรมทหารรับใช้หญิงที่มียศเป็นสิบโท ซึ่งขณะนี้มีหลายประเด็นที่ต้องติดตามทั้งเรื่องการฝากเข้ารับราชการทหาร-ตำรวจโดยมิชอบ เรื่องผิดจริยธรรม รวมไปถึงการขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นต้น ซึ่งนายนิวัติไชย ได้พูดแบบย้อนแย้งในตัวเองเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา บอกว่าเรื่องนี้มีผู้ยื่นคำร้องเข้ามาแล้ว หลังจากนี้จะเข้าสู่ระบบที่จะตรวจรับว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.หรือไม่ และเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ต้องไปดูว่าแต่งตั้งเข้ามาอย่างไร ใครเป็นคนแต่งตั้ง มีคุณสมบัติหรือไม่ เปิดรับสมัครอย่างไร ซึ่งต้องไปดูข้อเท็จจริงอีกครั้ง และตามหลักกฎหมาย ป.ป.ช.สามารถหยิบยกเหตุอันควรสงสัยขึ้นมาไต่สวนได้เอง โดยมีสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษคอยตรวจสอบข่าว และรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

แต่พอผ่านมาอีก 2 วัน นายนิวัติไชย ได้ออกมาพูดอีกครั้งหนึ่งว่า  จากการตรวจสอบคำร้องจากผู้ร้องเรียน พบว่าเป็นการตัดข่าวจากสื่อมวลชนมาแปะ จึงต้องถามผู้ร้องว่าทราบข้อมูลจากไหน รู้รายละเอียดอย่างไร เพราะตามคำร้องไม่ระบุว่า ส.ว.คนนั้นคือใคร อาจบอกว่าเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ตรวจสอบ แต่อย่าลืมว่าในกฎหมาย ต้องมีการระบุชื่อผู้กล่าวหาด้วย หากไม่ระบุให้ชัดเจน ป.ป.ช.มีสิทธิตามกฎหมายจะรับหรือไม่รับก็ได้ ไม่ใช่จะร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบทุกเรื่อง แต่ละเรื่องต้องมีข้อมูลเพียงพอ แต่วันนี้มีข้อมูลออกมาว่าน่าจะเป็นคนนี้หรือไม่ ป.ป.ช.คงต้องไปตามต่อ  แต่ยังไม่มีการระบุชื่อผู้ถูกกล่าวหาว่าคือใคร คงต้องรอดูข้อเท็จจริงก่อน ยังไม่สามารถปรักปรำใครได้ 


ล่าสุด นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ร้องให้ป.ป.ช.สอบเรื่องนี้กล่าวว่า ขอให้เลขาธิการป.ป.ช.ตั้งสติให้ดีๆ วันก่อนพูดอย่างหนึ่ง วันนี้พูดอย่างหนึ่ง ประชาชนจะเชื่อถือได้หรือไม่ ตนไปยื่นหนังสือร้องเรียนตามอำนาจหน้าที่ของประชาชนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ตามมาตรา 68 ป.ป.ช.มีอำนาจที่จะตั้งเรื่องสอบสวนได้ อย่ามาเฉไฉปัดเป่าอะไรให้ใคร หรือถูกผู้มีอิทธิพลสั่งเลขาธิการป.ป.ช.ให้ออกมาพูดแบบนี้ หรือไม่ ทั้งที่ตำแหน่งเลขาธิการป.ป.ช.เป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติต้องรักษาไว้ อยากให้ดูตัวอย่าง

ในอดีตรองเลขาธิการถูกไล่ออกมาแล้ว คงเป็นบทเรียนให้ป.ป.ช.ทุกคนเป็นอย่างดี ที่มีการกล่าวหาว่าเอาข่าวจากสื่อมวลชนมาตัดแปะ

เพราะสื่อกล้ารายงานความจริง ที่ผ่านมาป.ป.ช.ไม่เคยใช้ข่าวจากสื่อมวลชนตรวจสอบเลยใช่หรือไม่ ซึ่งตนไม่ใช่ส่งแต่ข่าวเท่านั้น แต่ยังแนบคำสั่งตำรวจสันติบาลที่มีการใช้อภินิหารแต่งตั้งสุภาพสตรีที่อ้างว่าเป็นกิ๊กหรือเมียน้อยของสว.อยู่ในคำสั่งที่ 14/2565 เลขที่ 84 วันที่ 31 ม.ค.65 สด ๆ ร้อน ๆ ลงนามโดยพลตำรวจโทสุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ส ให้เป็นหลักฐานตรวจสอบด้วย อีกทั้งการยื่นเรื่องก็เพราะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ถ้าไม่ทำจะถือว่าละเว้นหน้าที่หรือไม่ ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ใช่คนที่เลขาธิการป.ป.ช.กระซิบให้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนแต่อย่างใด 

นายวัชระ ยังได้เปรียบเทียบกรณีนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เรื่องไม่จ่ายเงินให้บริษัทเอกชน เลขาธิการป.ป.ช.ออกมาแถลงข่าวไล่บี้เช้าเย็น แต่บางคดีบริษัทที่ฮั้วประมูลกลับแช่แป้ง แล้วมากรณีนี้ วันแรกบอกมีอำนาจ พอโดนเอ็ดตะโรจากผู้มีอำนาจกลับพลิกลิ้นหน้าตาเฉยใช่หรือไม่